ร้านที่ว่าชื่อแปลกแต่เก๋ว่า “ปณสุ” บรรยากาศภายนอก ที่เห็นว่าดูอบอุ่นแล้ว ภายในยังตกแต่งดูหรูหรา คลาสสิค แต่แฝงไว้ด้วยความอบอุ่น จัดวางโต๊ะทานอาหารแบบ กระจายตามพื้นร้าน เป็นแนวขนานกับหน้าต่างกระจกผืน ใหญ่ ดูโปร่งตา เลือกได้ว่าจะนั่งชั้นล่างหรือชั้นบน บรรยากาศโดยรวมเป็นใจให้เจริญอาหารโดยแท้ครับ
ส่วนชื่อ“ปณสุ”ถามไถ่เจ้าของร้านได้ความว่าเป็นชื่อที่ได้มาจากอักษรตัวแรกของสามพี่น้องเจ้าของร้าน ซึ่งเดิมทีจะทำเป็นร้านกาแฟและขนมไทย แต่พอเริ่มก่อสร้างและตกแต่งไปสักพักก็ตกลงกันใหม่ว่าจะทำเป็นร้านอาหารเต็ม
รูปแบบ เพราะทำเลที่ตั้งอยู่หน้าโครงการบ้านจัดสรรขนาดใหญ่ และบนถนนสายนี้ยังมีหมู่บ้านอีกหลายโครงการ
ซึ่งก็คิดไม่ผิดครับเพราะร้านนี้กลายเป็นจุดพักท้องของชาวหมู่บ้านไปแล้ว รวมถึงลูกค้าหน้าใหม่อย่างเราที่แวะมา
ฝากท้องกันอย่างอบอุ่น
นอกจากบรรยากาศและการตกแต่งที่โดดเด่นแล้ว อาหารของที่นี่ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน เรื่องรสชาติไม่ต้องห่วงสอบผ่านสบาย ที่น่ารักคือเห็นตกแต่งร้านได้หรูคลาสสิคอย่างนี้ แต่ราคาอาหารกลับตั้งไว้ในเรตที่สามารถจ่ายได้ไม่ต้อง
คิดมาก ที่สำคัญอาหารของที่นี่เน้นมากในเรื่องสุขภาพ เพราะใช้ผักปลอดสารพิษจากโครงการหลวง เพื่อให้ลูกค้าได้
รับแต่สิ่งดีๆ กลับไปครับ อีกทั้งยังสนับสนุนชุมชนด้วยการจำหน่ายสินค้า OTOP จากชุมชนต่างๆให้ลูกค้าได้ซื้อ
ติดไม้ติดมือไปฝากแบบไม่ต้องไปไกล
ที่นี่เขามีบริการทั้งอาหารไทย และอาหารอิตาเลียนสไตล์ไทย แต่วันนี้ขอแนะนำปลากระพงทอดน้ำปลา ที่นำปลากระพงขนาดกลางๆ
มาทอดจนเหลืองกรอบ และน้ำปลาที่ราดบนตัวปลารสชาติกลมกล่อมซึ่งทางร้านจะเสิร์ฟใส่ถ้วยเล็กไว้ให้ด้วย ทานคู่ยำมะม่วงรสเด็ด แต่ถ้าจะ
กินแบบมีน้ำต้องลองแกงส้มกุ้งชะอมไข่ ประกอบไปด้วยกุ้งกุลาฯตัวใหญ่ เนื้อหวาน แกงคู่กับชะอมไข่ที่ทางร้านจะทอดใหม่ๆไม่อมน้ำมันทุก ชาม หรือจะลองชิมอาหารแบบเบาๆ ก็มีไก่บ้านทอดเกลือ จะใช้ไก่บ้านทั้งตัวนำมาสับเป็นชิ้นๆพอดีคำคลุกเคล้าเครื่องปรุงจนได้ที่แล้วนำไป ทอดกับกระเทียมโทน เนื้อไก่ที่นี่ไม่เหนียวจนเกินไป เคี้ยวมันกำลังดี ถัดมาอีกจาน สเต็กเนื้อสันในกับน้ำจิ้มแจ่วกับผักสลัด จานนี้ขอบอก ว่าเป็นลูกครึ่งซะหน่อย เพราะทางร้านใช้ เนื้อโคขุนชั้นดีนำเข้าจากออสเตรเลียหมักและย่างแบบพอดีๆ เสิร์พพร้อมน้ำจิ้มแจ่วรสแซ่บแบบไทยๆ ทานคู่กับผักสลัด ครบถ้วนคุณค่าทางอาหาร จานสุดท้าย เพ็ตตูชินี่ เป็นเมนูที่น่าทานอีกจาน จากกุ้งแม่น้ำตัวโตมาย่างจน เหลืองหอม และนำไปผัดกับเพ็ตตูชินี่ผสมผักขมแบบผัดขี้เมา รสชาติเข้ากันได้ดีทีเดียว ยังมีอีกหลายเมนูที่น่าสนใจซึ่งแต่ละเมนูเขาปรุงกัน อย่างสุดฝีมือ เลือกสรรวัตถุดิบอย่างดีจนออกมาเป็นอาหารจานเด็ดพร้อมเสิร์ฟ ส่วนอาหารอิตาเลียนนั้นที่นี่อาจจะไม่ใช่อิตาเลียนจ๋า เพราะ เขาปรับสูตรให้เข้ากับปากคนไทยครับ มีเมนูอร่อยให้เลือกหลากหลายเมนูไปเลือกชิมกันได้
ผ่านไปแถวนั้นอย่าลืมแวะไปลองครับ ร้านเปิด 11.00-22.00 น. ขับรถวิ่งเข้าถนนบรมราชชนนี มุ่งหน้าไปนครปฐม พอเลย พุทธมณฑลสาย 3 จะมีสะพานกลับรถเกือบถึงสาย 4 กลับรถมาจะมีป้ายบอกถนนเลียบคลองฯให้วิ่งเข้ามาประมาณ 200 เมตร ร้านอยู่ซ้ายมือ หรือจะโทรศัพท์ถามรายละเอียดการเดินทางก่อนก็ได้ที่ เบอร์โทร. 02-8002787, 02-8002837





